รายชื่อ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

🌈บันทึกครั้งที่  3 🌈
วัน จันทร์ ที่ 3  กุมภาพันธ์
เวลา 12.30 - 15.30 น.

💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚
สิ่งที่ได้เรียนรู้

คุณครูจ๋าให้พวกเราทำกิจกรรมเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่คุณครูจ๋าแจกคือเชือกคนละ 1 เส้นที่มีขนาดความสั้นยาวไม่เท่ากัน




กติกา
คุณครูจ๋าเคาะจังหวะเป็นสัญญาณหยุด หลังจากนั้นให้ทุกคนโยนเชือกขึ้นไปบนอากาศเมื่อเชือกตกลงที่พื้นให้พวกเราทุกคนขดตัวตามเชือก 



หลังจากนั้นให้นักศึกษจับกลุ่ม 4 คน โดยเชือกของแต่ละคนต้องขนาดไม่เท่ากันและให้นำมาสร้างเป็นเรือ 



กิจกรรมต่อมาให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 12 คน ภายในกลุ่มนำเชือกของแต่ละคนมาต่อกันเป็นเรือ และออกแบบท่าทางการพายเรือ นำเสนอคุณครูจ๋า


กิจกรรมต่อมาคุณครูจ๋าให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม นำเชือกของแต่ละคนมาต่อกันให้เป็นเรือ จากนั้นเลือกแม่ย่านางประจำเรือ พร้อมออกแบบท่าทางการพายเรือ และแนะนำตัวแม่ย่านาง


กิจกรรมต่อมาคือแจกกระดาษคนละ 1 แผ่น ให้เขียนประโยชน์ของปากกามาให้ได้มากที่สุด โดยกำหนดเวลา 5 นาที เพื่อวัดทักษะความคิดคล่องแคล่ว


กิจกรรมสุดท้าย คุณครูจ๋าให้เขียนเลข 1 - 9 ลงในกระดาษแล้วต่อเติมเป็นภาพตามจินตนาการ

ประเมิน ตนเอง🚶
ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตรงเวลาที่กำหนด มีความมามัคคี
ประเมิน เพื่อน👬
เข้าเรียนตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตามเวลาที่กำหนด รับฟังความคิดเห็นผุ้อื่น
ประเมิน ครู👨
คุณครูจ๋าตั้งใจสอนอธิบายเนื้อหาได้ดี มีกิจกรรมให้ทำระหว่างเรียน



🌈บันทึกครั้งที่  2 🌈
วัน จันทร์ ที่ 27  มกราคม
เวลา 12.30 - 15.30 น.

💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚
สิ่งที่ได้เรียนรู้

ความหมายของการคิด
การคิดเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองที่ใช้สัญลักษณ์หรือภาพแทนสิ่งของ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่าง ๆ โดยมี การจัดระบบความรู้ ข้อมูล ข่าวสารซึ่งเป็นประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่หรือสิ่งเร้าใหม่ ที่ไปได้ ทั้งใน รูปแบบ ธรรมดาและ สลับซับซ้อน ผลจากการจัดระบบสามารถ แสดงออกได้หลายลักษณะ 

ความสำคัญของการคิด 
1.นำไปสู่การกระทำและการเปลี่ยนแปลง
2.ได้วิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา
3.ช่วยลดเวลาในการแก้ปัญหา

ระดับขั้นของการคิด
1.ระดับขั้นพื้นฐาน   ทักษะการคิด
2.ระดับขั้นกลาง     ลักษณะการคิด
3.ระดับขั้นสูง      กระบวนการคิด

ลักษณะการคิด
1.การคิดคล่อง  
2.การคิดหลากหลาย  
3.การคิดละเอียด 

ความหมายของความคิดสร้างสรรค์  

      Guilford (1956 : 128) ได้ศึกษาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งกล่าวไว้ว่า ความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยลักษณะ ดังต่อไปนี้
          1. ความคล่องแคล่วในการคิด คือ ความสามารถของบุคคลในการหาคำตอบได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และมีคำตอบในปริมาณที่มากในเวลาจำกัด
          2. ความคิดยืดหยุ่นในการคิด คือ ความสามารถของบุคคลในการคิดหาคำตอบได้หลายประเภทและหลายทิศทาง
          3. ความคิดริเริ่ม คือ ความสามารถของบุคคลในการคิดหาสิ่งแปลกใหม่และเป็นคำตอบที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น
          4. ความคิดละเอียดลออ คือ ความสามารถในการกำหนดรายละเอียดของความคิดเพื่อบ่งบอกถึงวิธีสร้างและการนำไปใช้
     
      Torrance (1962 : 16) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถของบุคคลในการคิดสร้างสรรค์ผลิตผล หรือสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักมาก่อน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะเกิดจากการรวมความรู้ต่างๆ ที่ได้รับจากประสบการณ์แล้วเชื่อมโยงกับสถานการณ์ใหม่ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแต่ไม่จำเป็นสิ่งสมบูรณ์อย่างแท้จริง ซึ่งอาจออกมาในรูปของผลผลิตทางศิลปะ วรรณคดี วิทยาศาสตร์

         Wallach and Kogan (1965 : 13-20) ให้ความหมายของความคิดสร้างสรรค์ว่า หมายถึงความคิดโยงสัมพันธ์ (Association) คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือ คนที่สามารถจะคิดอะไรได้อย่างสัมพันธ์เป็นลูกโซ่

         อารี พันธ์มณี (2537 : 25) ได้กล่าวถึงความคิดสร้างสรรค์ว่า เป็นกระบวนการทางสมองที่คิดในลักษณะอเนกนัย อันนำไปสู่การคิดพบสิ่งแปลกใหม่ด้วยการคิดดัดแปลง ปรุงแต่งจากความคิดเดิมผสมผสานกันให้เกิดสิ่งใหม่ ซึ่งรวมทั้งการประดิษฐ์คิดค้นพบสิ่งต่างๆ ตลอดจนวิธีการคิด ทฤษฎีหลักการได้สำเร็จ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้มิใช่เพียงแต่คิดในสิ่งที่เป็นไปได้ หรือสิ่งที่เป็นเหตุผล เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่คิดจินตนาการก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะก่อให้เกิดความแปลกใหม่ แต่ต้องควบคู่กันไปกับ ความพยายามที่จะสร้างความคิดฝันหรือจินตนาการให้เป็นไปได้หรือเรียกว่าเป็นจินตนาการประยุกต์นั้นเอง จึงจะทำให้เกิดผลงาน

ประโยชน์ของความคิดสร้างสรรค์
   1. ช่วยให้พบวิธีการแก้ปัญหาในวิถีทางที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน
   2. ก่อให้เกิดนวักรรม หรือสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง
   3. ช่วยให้พบหรือได้สิ่งที่ดีกว่าเดิม

กิจกรรมแรกให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม ให้สมาชิกภายในกลุ่มหาเกณฑ์ในการเรียงลำดับ โดยตรงมีการสัมผัสร่างกายกันและต่อเป็นรูปเรือ

ประเมิน ตนเอง🚶
ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตรงเวลาที่กำหนด
ประเมิน เพื่อน👬
เข้าเรียนตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตามเวลาที่กำหนด
ประเมิน ครู👨
คุณครูจ๋าตั้งใจสอนอธิบายเนื้อหาได้ดี มีกิจกรรมให้ทำระหว่างเรียน



         



🌈บันทึกครั้งที่  1 🌈
วัน จันทร์ ที่ 20 มกราคม  
เวลา 12.30 - 15.30 น.

💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚💚


สิ่งที่ได้เรียนรู้

การคิดคือการที่เราทำความเข้าใจกับประสบการณ์ต่างๆ การคิดที่มีคุณภาพจะช่วยให้เราเรียนรู้ได้ผลยิ่งขึ้นจากประสบการณ์และยังสามารถพัฒนาสติปัญญาให้ดียิ่งขึ้น
มาร์โซโน (Mazono and others, 1993 )ให้ความหมายทักษะการคิดว่าเป็นกระบวนการให้เหตุผลที่เกี่ยวกับงานที่ทำหรือสิ่งที่เรียนรู้เพื่อแสดงให้รู้ว่าเข้าใจเนี้อหาและการปฏิบัตินั้น
เดอโบโน(De Bono, 1976)  ทักษะการคิดหมายถึงการที่รู้ว่าจะทำอะไร เมื่อไรและทำได้อย่างไร ใช้เครื่องมืออะไรบ้างและผลที่จะเกิดขึ้นคืออะไร
ฟิชเชอร์(1990) ทักษะการคิดหมายถึงรู้อะไรหรือจะรู้ได้อย่างไร หรือการรู้ว่าไม่ได้ทำและทำอะไร อย่างไร
ดิวอี้ การคิดเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเพราะการคิดช่วยให้คนได้มองเห็นภาพปัญหาต่าง ๆ ในอนาคตซึ่งจะช่วยให้บุคคลได้คิดหาแนวทางในการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้และการคิดช่วยขยายความหมายของสิ่งต่างๆ ในโลกได้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการคิด
รูปแบบของ ทักษะการคิด (Thinking skill)
1. การคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)  หมายถึง กระบวนการคิดในรูปแบบใหม่ๆ ความสามารถในการรับรู้ความคิดใหม่ มักเรียกกันว่า "การคิดนอกกรอบ"
2. การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในรายละเอียด ความสามารถในการแยกแยะส่วนต่างๆออกเป็นส่วนพื้นฐาน หรือส่วนย่อยๆ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความเชื่อมโยง 
3. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) หมายถึง กระบวนการคิดโดยใช้วิจารณญาณหรือการตัดสินอย่างรอบคอบ  โดยใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ประเด็น รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลต่างๆรอบด้าน
4. การคิดเชิงกลยุทธ์ (strategic thinking) หมายถึง กระบวนการคิด โดยการวิเคราะห์และประเมินเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อตัดสินใจให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด 
5. การคิดเชิงมโนทัศน์ (Conceptual thinking) หมายถึง กระบวนการคิดในการเชื่อมโยงส่วนประกอบย่อยๆ หรือความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ หรือระบบได้อย่างชัดเจนและมีระบบ
6. การคิดเปรียบเทียบ (comparative thinking) หมายถึง กระบวนการคิดเพื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ หรือเหตุการณ์ต่างๆที่มีลักษณะหรือความสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจ หรือเปรียบเทียบเพื่อแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต เพื่อป้องกันอนาคต 
7. การคิดเชิงบวก (Positive thinking) หมายถึง กระบวนการคิดและเข้าใจในสิ่งที่เป็นทั้งด้านบวกและด้านลบ  แล้วหาเรื่องราวดีๆ หรือมุมบวก ในเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเจอ   เพื่อยอมรับ เรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข และให้เราเติบโตขึ้น
8. การคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative thinking) หมายถึงกระบวนการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและนวัตกรรม จากทักษะและกระบวนการคิดแบบต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้คน สังคม โลก ออกมาเป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้
9. การคิดเชิงระบบ (System thinking) หมายถึง กระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน การมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ มีส่วนประกอบย่อยๆ มีขั้นตอน และรายละเอียดแยกย่อยออกมา และเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ
10.คิดแก้ปัญหา (Problem solving) หมายถึง ความสามารถทางสมองในการขจัดสภาวะความไม่สมดุลที่เกิดขึ้น โดยพยายาม ปรับตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลหรือสภาวะที่เราคาดหวัง
ประเมิน ตนเอง🚶
ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตรงเวลาที่กำหนด
ประเมิน เพื่อน👬
เข้าเรียนตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ทำงานส่งตามเวลาที่กำหนด
ประเมิน ครู👨
คุณครูจ๋าตั้งใจสอนอธิบายเนื้อหาได้ดี มีกิจกรรมให้ทำระหว่างเรียน